Article

ความรู้ dw

เมื่อ GDP ไทยหดตัวต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
June 25, 2020


ผ่านครึ่งปีแรกกันไปแล้วนะครับกับปี 2020 เป็นปีที่เกิดเหตุการณ์มากมาย ใครที่อยู่ในตลาดหุ้นช่วงนี้คงจะกุมขมับกันไม่มากก็น้อย ทั้งเหตุการณ์ประท้วงจากหลายๆประเทศ เชื้อไวรัสที่ลุกลามจนทุกประเทศต้องออกมาตรการมารับมือ ซึ่งประเทศไทยที่เป็นประเทศท่องเที่ยวอยู่แล้วจึงได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างรุนแรง วันนี้เรามาดูประเด็นที่น่าติดตามในการลงทุนครึ่งปีหลังของปี 2020 กันซักหน่อยดีกว่า

ก่อนอื่นเรามาดูประมาณการเศรษฐกิจจาก ธปท. กันก่อน หลังจากปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2020 จากเดิมคาด -5.3% เป็น -8.1% (ประกาศ 24 มิถุนายน 2563)

ซึ่งถือเป็นการหดตัวของเศรษฐกิจที่แรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หนักกว่าช่วงวิกฤตการเงินในเอเชียปี 1997-1998 ที่ GDP -2.8% และ -7.6% ตามลำดับ เพราะภาคส่งออกยังขยายตัวสูง ช่วยชดเชยการทรุดตัวไปได้ แต่วิกฤตในปัจจุบัน (Covid 19) นั้นกระทบทุกภาคส่วนเป็นวงกว้าง ทำให้ภาคการท่องเที่ยว และการส่งออกนั้นโดนผลกระทบอย่างรุนแรง สำหรับการประมาณการเศรษฐกิจในปี 2021 ธปท. คาดฟื้น +5.0% โดยหลักนั้นมาจากภาครัฐทั้งการบริโภค และการลงทุน

ภาพประมาณการเศรษฐกิจโดยธนาคารแห่งประเทศไทย

 

เศรษฐกิจไทยนั้นพึ่งพาการส่งออกสินค้า และบริการเป็นสัดส่วนถึง 70-75% ของ GDP มาโดยตลอดนับตั้งแต่หลังวิกฤตการเงินในเอเชียปี 1997-1998  โดยวิกฤต Covid-19 ครั้งนี้กระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและส่งออกสินค้ามากที่สุด

กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทาง ธปท. ได้ปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2020 จากเดิม 15 ล้านคน เหลือ 8 ล้านคน ลดลง 80% จากปี 2019 และสำหรับปี 2021 ธปท. คาดจำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นขึ้นเป็น 16.2 ล้านคน (จากเดิมคาด 20.0 ล้านคน) แต่ถือว่าต่ำกว่าปี 2019 ถึง 59% (39.8 ล้านคน) ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของ AOT ที่คาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะกลับมาเท่ากับปี 2019 ในปี 2023

โดยยังมีมุมมองต่อกลุ่มท่องเที่ยวว่าจะเป็นกลุ่มท้ายๆที่ฟื้นตัวจากวิกฤตครั้งนี้ โดยการท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นตัวก่อน โดยแนะนำยังไม่จำเป็นต้องมีหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวในพอร์ตในขณะนี้

 

กลุ่มอุตสาหกรรมการส่งออก ถึงแม้ว่าบางประเทศจะเริ่ม Reopen เศรษฐกิจกันในเดือน พ.ค. แต่มูลค่าการส่งออกของไทยยังหดตัวมากกว่าตลาดคาด -22.5% Y-Y หากหักการส่งออกทองคำที่ยังไม่ขึ้นรูป การส่งออกจะเป็น -28% Y-Y หดตัวแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี โดยตลาดจีนเป็นเพียงตลาดเดียวที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น +15% Y-Y

– กลุ่มสินค้าที่ปรับลดลงมากที่สุด คือ สินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์และส่วนประกอบ (-63% Y-Y) น้ำมันสำเร็จรูป (-43% Y-Y) เหล็ก (-38% Y-Y) ยางพารา (-42% Y-Y) และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนที่เคยขยายได้ดีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา (-21%) Y-Y –

– กลุ่มสินค้าส่งออกที่ยังขยายตัวได้ ได้แก่สินค้าเกษตร เช่น ข้าว ผลไม้ สินค้าประมง ปลาทูน่ากระป๋อง เป็นต้น

โดยทาง ธปท. คาดการณ์มูลค่าส่งออกสินค้าปี 2020 จากเดิมคาด -8.8% เป็น -10.3% ซึ่งประกอบกับภาวะเงินบาทยังคงแข็งค่า ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมากของกลุ่มส่งออก

 

สำหรับกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ดัชนีตลาดช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่ายังมีทิศทางที่ดี แม้เงินบาทที่แข็งค่าจะเป็นปัจจัยลบ แต่ราคาเนื้อสัตว์อยู่ในระดับสูงและตลาด Functional Drink ที่เติบโตตามเทรนด์สุขภาพ โดยกลุ่มนี้เรามองว่าน่าสนใจ ให้น้ำหนักเป็น Overweight

 

กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้าง มีสัญญาณบวกจากโครงการต่างๆ ที่จะถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ 2H20  โดย รฟม. เตรียมเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าหลายสาย คาดว่าภาพอุตสาหกรรมก่อสร้างจะมีรายได้หนุนตั้งแต่ปี 2021 ต่อเนื่องไปอีก 6 ปี เป็นบวกโดยตรงต่อผู้รับเหมาหลักอย่าง CK, STEC รวมถึงยังเป็นปัจจัยบวกระยะยาวให้กับผู้เดินรถอย่าง BEM,BTS ซึ่งมอง BEM มีแต้มต่อมากกว่า

ที่มา: FSSResearch

 

การติดตามข่าวสารของตลาดอย่างใกล้ชิดก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ รวมถึงนักลงทุนที่เทรด DW ก็เช่นเดียวกันต้องติดตามข่าวสารจากผู้ออกอย่างอย่างใกล้ชิด โดย DW24 ก็มีช่องทางให้ติดตามอยู่หลากหลายช่องทางด้วยกัน ดังนี้

Website: www.dwarrant24.com

Line: @DW24 >> https://lin.ee/zGyIRGe

Facebook : Dwarrant24 >> https://www.facebook.com/Dwarrant24/

Intragram : dwarrant24 >>https://www.instagram.com/dwarrant24/?hl=th

กลุ่ม Open Chat DW24 >> https://line.me/ti/g2/mMMCqkLA8jf1I-bwKAwIbw

Youtube Chanel DW24 >> https://www.youtube.com/channel/UCsLpMLt3UukBT5WH6f_ySNQ