article

ความรู้ dw

มือใหม่ลงทุนได้ ลงทุนดี ด้วยสูตร ABC
August 6, 2018


มือใหม่ลงทุนได้….ลงทุนดีด้วยสูตร ABC

ในปัจจุบันนี้ ท่านนักลงทุนอาจมีรูปแบบการลงทุนหลายรูปแบบ ซึ่งนอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีหลากหลายแล้ว กูรูกูรู้ก็เยอะแยะไปหมด จนบางทีเราก็ประสบปัญหาเลือกวิธีการลงทุนไม่ถูกเลย แต่รู้ไหมครับว่าจริงๆแล้วหลักใหญ่ใจความสำคัญของการลงทุนก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเท่าไรหรอกครับ วันนี้เราเลยมีวิธีการเลือกการลงทุนแบบง่ายๆ มาฝาก รับรองว่านักลงทุนมือใหม่สามารถนำไปใช้ได้ด้วยตนเองอย่างไม่มากนัก ขอเรียกง่ายๆ และสั้นๆว่าสูตร ABC ครับ เจ้าสูตร ABC นั้นมีกระบวนการในการเลือกลงทุนไม่ยากเลย มีเพียง 3 ขั้นตอนดังนี้

  1. Allocation : จัดสรรการลงทุนให้หลากหลาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการที่เงินเราอาจไปกระจุกอยู่ในการลงทุนประเภทเดียวหรือชนิดเดียวมากจนเกินไป โดยอาจเลือกการกระจายตามรูปแบบดังนี้
  • กระจายในแนวราบ คือ การลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวแต่หลากหลาย Indicator เช่น เลือกลงทุนในหุ้น แต่กระจายด้วยประเภทอุตสาหกรรม, เลือกลงทุนใน Bond แต่กระจายด้วยอายุของ Bond หรือกระจายด้วย Credit Rating ของผู้ออก เป็นต้น
  • กระจายในแนวดิ่ง คือการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท แบ่งตามระดับความเสี่ยง เช่น ลงทุนในตราสารหนี้ 20% ลงทุนในตราสารทุน 20% ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 50% ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก 10% เป็นต้น

2. Best & Worst point : กำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน สร้างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดในการลงทุนที่เราทำการบ้านมา โดยต้องบอกตัวเองว่าจะใช้เป็นบรรทัดฐานในการลงทุน ซึ่งจริงๆแล้วสามารถแบ่งย่อยออกมาได้อีกดังนี้

  • Single Point: คือการกำหนดเป้าหมายสูงสุดและต่ำสุดเพียงค่าเดียว เช่น กำหนดแนวรับ-แนวต้านของหุ้นที่ค่าเดียวเท่านั้น ข้อดีคือง่ายต่อการตัดสินใจ สามารถกำหนค่าได้กว้างๆ และเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในการติดตามการลงทุนมากนัก แต่ก็มีข้อจำกัดคือบางครั้งเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปอาจทำให้ไม่สามารถรับมือได้ทัน
  • Multiple Point: คือการกำหนดเป้าหมายการลงทุนมากกว่า 1 ค่า เช่น กำหนดแนวรับ-แนวต้านของหุ้นมากกว่า 2 จุด จุดที่ 1 คือ +/- 10% จุดที่ 2 คือ +/- 15% เป็นต้น ข้อดีคือสามารถยืดหยุ่นและประเมินข้อมูลได้ละเอียดกว่า Single Point แต่ข้อเสียคือในบางครั้งอาจยากต่อตัดสินใจสำหรับนักลงทุนมือใหม่

3. Contingency Plan : แผนฉุกเฉินเป็นการเตรียมแนวทางการดำเนินงานไว้ล่วงหน้า ในกรณีที่สถานการณ์หรือผลลัพธ์จากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ หรือมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จนเป็นผลกระทบในทางลบกับการลงทุน นักลงทุนที่ดีควรมีการวางแผนสำรองในการลงทุนเสมอเพราะว่าโลกการลงทุนนั้นมีหลายครั้งที่ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ยิ่งปัจจุบันเราอยู่ในโลก Online ที่โอกาสและอุปสรรคมักเข้ามาอย่างรวดเร็ว การหาทางหนีทีไล่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ตัวอย่างแผนสำรองง่ายๆ เช่น

  • Horizontal Plan: แผนสำรองในแนวราบ หมายถึงการหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่อ้างอิงเดิม แต่อาจแตกต่างที่กลุ่มของธุรกิจ, ประเภทกิจการ หรือความเสี่ยงที่ต่ำกว่า เช่นการลงทุนในหุ้น เราควรมีหุ้นสำรองไว้เสมอ หากหุ้นที่ซื้อไว้ราคาลดลงเกินแนวรับ เราจะขายหุ้นแล้วไปซื้อหุ้นสำรองที่ปลอดภัยกว่าแทน เป็นต้น
  • Vertical Plan: แผนสำรองในแนวดิ่ง หมายถึงการหาการลงทุนในสินทรัพย์อื่น อาจเป็นได้ทั้งสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำหรือสูงกว่าก็ได้ เนื่องจากในบางกรณีเช่น ลงทุนในหุ้นสามัญ แล้วเกิดสงคราม ณ ที่ใดที่หนึ่ง เราอาจเปลี่ยนไปลงทุนใน Commodity หรือสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้แทน

สูตร ABC นี้ใช้ได้กับสินทรัพย์ทุกประเภท แต่ไม่ว่าคุณจะลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ตามควรฝึกการวางแผนการลงทุนให้ชัดเจนและเป็นระบบให้มากที่สุด โดยสูตร ABC นั้นนอกจากจะช่วยให้นักลงทุนฝึกการจัดระบบการลงทุนแล้ว ยังมีความ Flexible มากๆ อีกด้วย อย่าลืมนะครับว่าการลงทุนที่จะประสบความสำเร็จคือคุณต้องมีความมั่นใจ มีวินัย และมีแผนสำรองเสมอ DW24 ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุนนะครับบบบบบ!!!!