คำศัพท์ DW ที่ควรทราบ
Effective Gearing
Time Decay
Implied Volatility
All-in Premium (% Premium)
Intrinsic Value
Delta
Leverage
Effective Gearing

เป็นเครื่องมือในการวัดความเสี่ยงด้านราคา DW (Effective Gearing ของ DW 4 เท่า แปลว่า ถ้าราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1% ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงประมาณ 4% ทั้งนี้ Effective Gearing ที่สูงทําให้นักลงทุนสามารถได้รับกําไร/ขาดทุนในปริมาณที่สูงเทียบกับเงินลงทุน

ตัวอย่าง เช่น Put Warrant ที่มีอัตราทดจริง 4 เท่า หมายความว่า ราคา Put Warrant จะเปลี่ยนไปประมาณ 4% หากราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1%

Time Decay

คือค่าที่บอกว่าเมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน ราคา DW จะลดลงกี่เปอร์เซนต์ (เมื่อกําหนดตัวแปรอื่นคงที่ เช่น ราคาหุ้นอ้างอิง) ดังนั้น นักลงทุนที่ชอบถือ DW เป็นระยะเวลานานๆ ควรหลีกเลี่ยงการถือครอง DW ที่มีค่า Time Decay สูง

ตัวอย่าง เช่น 1-Day Time Decay เท่ากับ 0.02 บาท หมายความว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน โดยปัจจัยแวดล้อมอื่นคงที่ ราคา DW ควรจะลดลงเท่ากับ 0.02 บาท

Implied Volatility

นักลงทุนควรเปรียบเทียบ Implied Volatility ของ DW ที่เลือกไว้กับ DW ของผู้ออกรายอื่น ที่มีหุ้นอ้างอิงเหมือนกัน โดย DW ที่มี Implied Volatility ตํ่ากว่าอีกตัว หมายความว่า DW ตัวนั้นถูกกว่า นอกจากนี้ควรเลือกซื้อ DW ที่ค่า IV ในอดีตไม่ผันผวนมากนัก เนื่องจากค่า IV ที่ไม่ผันผวนจะส่งผลให้ราคาของ DW เคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาหุ้นอ้างอิงตามที่ควรจะเป็น

All-in Premium (% Premium)

เป็นค่าที่บอกให้นักลงทุนทราบว่าการซื้อ DW และแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิงทันที แพงกว่าการซื้อหุ้นอ้างอิงโดยตรงเท่าใด เพราะการลงทุนใน DW นั้นต้องคํานึงถึงต้นทุนที่ได้มาว่าถูกหรือแพงอย่างไร เพื่อนักลงทุนจะได้สามารถประเมินโอกาสในการทํากําไรได้ ทั้งนี้ All-in-premium ใช้หลักการในการพิจารณาเช่นเดียวกับความผันผวนแฝง แต่ให้นักลงทุนเปรียบเทียบระหว่าง DW บนหุ้นอ้างอิงตัวเดียวกันที่มีอายุคงเหลือใกล้เคียงกันเท่านั้น เนื่องจาก DW ที่มีอายุคงเหลือมากกว่ามีแนวโน้มที่ All-in-premium จะสูงกว่า

ตัวอย่าง เช่น DTAC24C1712A (Call Warrant ที่อ้างอิงกับหุ้น DTAC) มี % Premium เท่ากับ 10% หมายความว่า ราคาหุ้น DTAC ณ วันครบกำหนดอายุต้องขึ้นอีกอย่างน้อย 10% จากราคาปัจจุบัน ผู้ถือ DTAC24C1712A จึงจะได้กำไร

Intrinsic Value

มูลค่าของ DW โดยสมมติว่าทำการใช้สิทธิที่ราคาหลักทรัพย์ปัจจุบัน โดย Intrinsic value ของ DW มีค่ามากกว่า 0 ถ้า DW มีสถานะเป็น In-the-money (ITM) และ มีค่าเป็น 0 ถ้า DW มีสถานะเป็น Out-of-the-money (OTM) หรือ At-the-money (ATM)

Delta

เป็นเครื่องมือที่บอกให้นักลงทุนทราบถึงความอ่อนไหวของราคา DW เทียบกับการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นอ้างอิง โดยถ้าราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1 หน่วย ราคา DW จะเปลี่ยนไปเท่าไร โดยราคา Call DW จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกับราคาหุ้นอ้างอิง ยิ่งราคาหุ้นอ้างอิงเพิ่มสูงขึ้น มูลค่าของ Call DW ก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกันราคา Put DW จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงกันข้ามราคาหุ้นอ้างอิง ยิ่งราคาหุ้นอ้างอิงลดต่ำลง มูลค่าของ Put DW ก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

ตัวอย่าง เช่น Call DW บนหุ้นอ้างอิง DTAC มีราคาใช้สิทธิ 50 บาท อัตราใช้สิทธิ 20 : 1 หากมีค่า Delta เท่ากับ 70% หมายความว่า เมื่อราคา DTAC เพิ่มขึ้น 1 บาท จะทำให้ Call DW บนหุ้น DTAC เพิ่มขึ้นประมาณ 0.035 บาท (คำนวนโดยใช้ เดลต้า/อัตราใช้สิทธิ)

Leverage

การที่นักลงทุนใช้เงินลงทุนน้อย แต่มีโอกาสที่จะได้กำไรหรือขาดทุนมากเมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุนไปนั้น เช่น การลงทุนซื้อ DW จะมีการจ่ายเงินแค่ประมาณ 10-15% ของมูลค่าหุ้นอ้างอิงที่ลงทุน จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้มากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนสามารถใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อยไปลงทุนในหุ้นอ้างอิงที่มีมูลค่ามากได้

Effective Gearing

เป็นเครื่องมือในการวัดความเสี่ยงด้านราคา DW (Effective Gearing ของ DW 4 เท่า แปลว่า ถ้าราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1% ราคา DW จะเปลี่ยนแปลงประมาณ 4% ทั้งนี้ Effective Gearing ที่สูงทําให้นักลงทุนสามารถได้รับกําไร/ขาดทุนในปริมาณที่สูงเทียบกับเงินลงทุน

ตัวอย่าง เช่น Put Warrant ที่มีอัตราทดจริง 4 เท่า หมายความว่า ราคา Put Warrant จะเปลี่ยนไปประมาณ 4% หากราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1%

Time Decay

คือค่าที่บอกว่าเมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน ราคา DW จะลดลงกี่เปอร์เซนต์ (เมื่อกําหนดตัวแปรอื่นคงที่ เช่น ราคาหุ้นอ้างอิง) ดังนั้น นักลงทุนที่ชอบถือ DW เป็นระยะเวลานานๆ ควรหลีกเลี่ยงการถือครอง DW ที่มีค่า Time Decay สูง

ตัวอย่าง เช่น 1-Day Time Decay เท่ากับ 0.02 บาท หมายความว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน โดยปัจจัยแวดล้อมอื่นคงที่ ราคา DW ควรจะลดลงเท่ากับ 0.02 บาท

Implied Volatility

นักลงทุนควรเปรียบเทียบ Implied Volatility ของ DW ที่เลือกไว้กับ DW ของผู้ออกรายอื่น ที่มีหุ้นอ้างอิงเหมือนกัน โดย DW ที่มี Implied Volatility ตํ่ากว่าอีกตัว หมายความว่า DW ตัวนั้นถูกกว่า นอกจากนี้ควรเลือกซื้อ DW ที่ค่า IV ในอดีตไม่ผันผวนมากนัก เนื่องจากค่า IV ที่ไม่ผันผวนจะส่งผลให้ราคาของ DW เคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาหุ้นอ้างอิงตามที่ควรจะเป็น

All-in Premium (% Premium)

เป็นค่าที่บอกให้นักลงทุนทราบว่าการซื้อ DW และแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิงทันที แพงกว่าการซื้อหุ้นอ้างอิงโดยตรงเท่าใด เพราะการลงทุนใน DW นั้นต้องคํานึงถึงต้นทุนที่ได้มาว่าถูกหรือแพงอย่างไร เพื่อนักลงทุนจะได้สามารถประเมินโอกาสในการทํากําไรได้ ทั้งนี้ All-in-premium ใช้หลักการในการพิจารณาเช่นเดียวกับความผันผวนแฝง แต่ให้นักลงทุนเปรียบเทียบระหว่าง DW บนหุ้นอ้างอิงตัวเดียวกันที่มีอายุคงเหลือใกล้เคียงกันเท่านั้น เนื่องจาก DW ที่มีอายุคงเหลือมากกว่ามีแนวโน้มที่ All-in-premium จะสูงกว่า

ตัวอย่าง เช่น DTAC24C1712A (Call Warrant ที่อ้างอิงกับหุ้น DTAC) มี % Premium เท่ากับ 10% หมายความว่า ราคาหุ้น DTAC ณ วันครบกำหนดอายุต้องขึ้นอีกอย่างน้อย 10% จากราคาปัจจุบัน ผู้ถือ DTAC24C1712A จึงจะได้กำไร

Intrinsic Value

มูลค่าของ DW โดยสมมติว่าทำการใช้สิทธิที่ราคาหลักทรัพย์ปัจจุบัน โดย Intrinsic value ของ DW มีค่ามากกว่า 0 ถ้า DW มีสถานะเป็น In-the-money (ITM) และ มีค่าเป็น 0 ถ้า DW มีสถานะเป็น Out-of-the-money (OTM) หรือ At-the-money (ATM)

Delta

เป็นเครื่องมือที่บอกให้นักลงทุนทราบถึงความอ่อนไหวของราคา DW เทียบกับการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นอ้างอิง โดยถ้าราคาหุ้นอ้างอิงเปลี่ยนไป 1 หน่วย ราคา DW จะเปลี่ยนไปเท่าไร โดยราคา Call DW จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกับราคาหุ้นอ้างอิง ยิ่งราคาหุ้นอ้างอิงเพิ่มสูงขึ้น มูลค่าของ Call DW ก็จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกันราคา Put DW จะเปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงกันข้ามราคาหุ้นอ้างอิง ยิ่งราคาหุ้นอ้างอิงลดต่ำลง มูลค่าของ Put DW ก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น

ตัวอย่าง เช่น Call DW บนหุ้นอ้างอิง DTAC มีราคาใช้สิทธิ 50 บาท อัตราใช้สิทธิ 20 : 1 หากมีค่า Delta เท่ากับ 70% หมายความว่า เมื่อราคา DTAC เพิ่มขึ้น 1 บาท จะทำให้ Call DW บนหุ้น DTAC เพิ่มขึ้นประมาณ 0.035 บาท (คำนวนโดยใช้ เดลต้า/อัตราใช้สิทธิ)

Leverage

การที่นักลงทุนใช้เงินลงทุนน้อย แต่มีโอกาสที่จะได้กำไรหรือขาดทุนมากเมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุนไปนั้น เช่น การลงทุนซื้อ DW จะมีการจ่ายเงินแค่ประมาณ 10-15% ของมูลค่าหุ้นอ้างอิงที่ลงทุน จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้มากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนสามารถใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อยไปลงทุนในหุ้นอ้างอิงที่มีมูลค่ามากได้