บทวิเคราะห์วางแผน DW วันที่ 13 – 17 ธันวาคม 64

December 12, 2021

บทวิเคราะห์วางแผน DW วันที่ 13 – 17 ธันวาคม 64

SET Index

ภาพรวมของตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีวันทำการเพียง 3 วัน แต่มูลค่าการซื้อขายไม่ได้เงียบเหงาไปกับวันหยุดมากเท่าไหร่ วันทำการวันสุดท้ายมีปริมาณการซื้อขายทั้งสิ้น 69,711 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 0.13 จุด (0.01%) อยู่ที่ 1618.23 จุด ได้ปรับตัวขึ้นมาถึง 53 จุด ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากที่มีข่าวโควิดโอไมครอน ปัจจุบันราคาตลาดได้สะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและมีการปรับตัวขึ้นมาบริเวณโซนเดิม ท้ายปีนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ การประชุมเฟดที่มีการคาดการว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วกว่าเดิมหลังเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง (ที่มา: Infoquest) สถานการณ์โควิดทั่วโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่จะส่งผลต่อเม็ดเงินที่จะไหลเข้า-ออกตลาดหุ้นไทย

สัปดาห์นี้คาดว่าต้นสัปดาห์จะเป็นการแกว่งตัวในกรอบเพื่อรอผลการประชุมเฟดในวันที่ 14-15 ธ.ค. นี้ ถึงจะเป็นการปรับตัวลงหรือขึ้นต่อ แต่หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ผลการประชุมที่จะทีเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและปรับลด QE มากขึ้น เม็ดเงินจากตลาดหุ้นจะไหลออกมากส่งผลให้ตลาดหุ้นอาจจะการปรับตัวลงเสริมกับท้ายปีที่จะมีปริมาณเม็ดเงินจากต่างชาติบางส่วนที่ออกจากตลาดหุ้นไทยอยู่แล้ว อาจจะเป็นภาพของการปรับตัวลงระยะสั้น แต่ระยะกลางถึงระยะยาวดัชนีจะสามารถปรับตัวขึ้นไปยังจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ในปีนี้

แนวรับ 1608 / 1600

แนวต้าน 1628 / 1640

กราฟ SET Index

ภาพที่ 1 SET INDEX (TF 60 min)

S50Z21

ภาพรวมของสัปดาห์ที่แล้วเป็นแนวโน้มเดียวกับ SET Index ซึ่งดัชนีได้สะท้อนข่าวเรื่องโควิดโอไมครอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งดัชนีพยายามจะปรับตัวขึ้นไปบริเวณเดิมจากก่อนที่มีข่าวเข้ามา โดยสัปดาห์นี้หากยืนที่บริเวณ 960 จุด ได้จะเป็นการปรับตัวไปยังแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 968 จุด ระยะสั้นจะเป็นการแกว่งตัวอยู่ในกรอบจากนั้นถึงจะเป็นการปรับตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ระยะกลางถึงระยะยาวยังเป็นมุมมองการปรับตัวขึ้นอีกครั้งสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามการประชุมเฟดที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งล่าสุดสถานการณ์โควิดโอไมครอนได้แพร่ระบาดไปแล้วทั้งสิ้น 65 ประเทศทั่วโลก (ที่มา: khaosod) ประกอบกับอัตราการฉีดวัคซีนทั่วโลกเริ่มชะลอตัวลงทำให้ไม่สามารถไว้วางใจได้ในระยะสั้น ดังนั้นควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเนื่องจากสภาวะตลาดในช่วงนี้มีความผันผวนสูง การกำหนดจุดเข้าออกจึงสำคัญในการวางแผนทำกำไรในตลาดหุ้นปัจจุบัน

แนวรับ 952 / 960

แนวต้าน 968 / 973

กราฟ Set50 Futures

ภาพที่ 2 S50Z21 (TF 60 min)

กลยุทธ์ทำกำไรผ่าน DW หากลงไปทดสอบแนวรับ 960 จุด แล้วไม่หลุด จะเป็นการซื้อ CALL แนวรับด้านล่างและรอทำกำไรที่แนวต้าน 968/973 จุด และรอซื้อ PUT ที่แนวต้านด้านบน เพื่อรอทำกำไรที่แนวรับด้านล่าง

DW สาย Index แนะนำประจำสัปดาห์ 

S5024C2203B : https://bit.ly/S5024C2203B 👈

S5024P2203A : https://bit.ly/S5024P2203A 👈

หุ้นแนะนำประจำสัปดาห์

SPRC

ทาง Technical มีการปรับตัวลงไปที่ 8.85 บาท จากข่าวโควิดโอไมครอน จากนั้นราคากลับมายืนที่บริเวณ 9.45 บาท ซึ่งเป็นแนวต้าน และมีสัญญาณการกลับตัวของ MACD รวมไปถึงราคาน้ำมันดิบมีการปรับตัวขึ้นมายืนเหนือบริเวณ 70 USD/BBL อีกครั้งหนึ่งหลังจากปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นผลดีต่อ SPRC รวมไปถึงค่าการกลั่นที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และ Q4/2564 คาดว่าจะมีการฟื้นตัวที่ดีจากก่อนหน้า

ราคาในปัจจุบันถือว่าต่ำกว่าก่อนหน้าพอสมควร Upside ด้านบนยังคงเปิดกว้างถือว่าเป็นโอกาสในการทำกำไร โดยนักวิเคราะห์จากหลายสำนักให้ราคาพื้นฐานฉลี่ยอยู่ที่ 11 บาท (ที่มา: Settrade )

แนวรับ 9.45 / 9.35

แนวต้าน 9.85 / 10.10

กราฟ SPRC

ภาพที่ 3 SPRC (TF DAY)

ใครรับความเสี่ยงได้สูง ไม่ควรพลาดหากใครมีทุนไม่เยอะก็สามารถซื้อ DW เพื่อลงทุนได้ เพราะ DW สามารถให้คุณลงทุนได้โดยไม่ต้องใช้ทุนเยอะ หรือใครจะเป็นสายเก็งกำไรแต่อยากซิ่งก็สามารถมาเทรด DW ได้เช่นกันครับ

DW สาย STOCK แนะนำประจำสัปดาห์

SPRC24C2204A : https://bit.ly/SPRC24C2204A 👈

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนสายไหนก็สามารถลงทุน DW กับเราได้ง่ายๆเพียง เปิดตารางราคาที่เว็บ DW24 (https://bit.ly/searchDW24) เท่านี้คุณก็สามารถเทรด DW ได้อย่างสบายใจเพราะตารางราคาของเราแม่นยำและใช้งานง่าย แต่ถ้าคุณไม่อยากพลาดข่าว DW ก็สามารถเป็นเพื่อนกับเราได้ที่ LINE : @DW24 (https://bit.ly/AddLineDW24) Facebook : DW24 (https://bit.ly/FacebookPageDW24)

DISCLAIMER

ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยอาศัยแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือซึ่งปรากฏขณะที่จัดทำข้อมูลซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละขณะ ทาง DW24 และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่รับผิดชอบต่อนักลงทุนหรือบุคคลใด ๆ ในความสูญเสีย หรือเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน