Jane Tips ตอนที่ 3 Big Lot คืออะไร และเราจะเอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง

March 8, 2019

สวัสดีค่ะ วันนี้ Jane Tips ก็เดินทางมาถึง EP.03 แล้วนะคะ สำหรับวันนี้เจนจะพามาทำความรู้จักกับ Big Lot ที่เพื่อนๆ เคยได้ยินมานานมากแล้ว วันนี้เจนจะมาอธิบายว่า Big Lot คืออะไร และเอามาประยุกษ์เพื่อใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง ก่อนอื่นใครทั่งไม่ได้เข้ามาเป็นสมาชิกใน DW24 Academy เรียนเชิญที่ http://bit.ly/2W3prDf

Big Lot คืออะไร

การซื้อขายรายใหญ่เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ทุกประเภทในจำนวนมากโดยไม่ได้แบ่งย่อย ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้ปริมาณการซื้อขายตั้งแต่ 1 ล้านหลักทรัพย์ขึ้นไป หรือมูลค่าการซื้อขายตั้งแต่สามล้านบาทขึ้นไป เป็นการซื้อขายรายใหญ่ทั้งนี้ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคากันเอง การซื้อขายลักษณะนี้จะใช้วิธีซื้อขายแบบ Put-through โดยปกติก็คือ คนที่ขายจะมีเพียงรายเดียวหรือไม่กี่รายที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันเช่นอยู่ในครอบครัวเดียวกันหรือกลุ่มบริษัทเดียวกัน ส่วนคนที่ซื้อนั้น บางครั้งก็มีรายเดียวหรือไม่กี่รายที่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่มักจะเป็นสถาบันที่ต้องการได้หุ้นจำนวนมาก แต่บางครั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นการขายหุ้นก้อนโตมหาศาลหลาย ๆ พันหรือเป็นหมื่นล้านบาทขึ้นไปก็จะมีผู้ซื้อรายใหญ่จำนวนมากเป็นสิบ ๆ รายหรือเป็นร้อยรายที่ต่างก็เข้ามาแสดงความจำนงซื้อหุ้นผ่านโบรกเกอร์ที่จะทำหน้าที่ในการขายหุ้นให้กับคนที่ต้องการขาย

การซื้อ-ขายหุ้นแบบ Big Lot นี้ มักทำกันแบบ “Over Night” หรือทำแบบ “ข้ามคืน” ในช่วงที่ตลาดหุ้นปิดแล้ว ซึ่งการตกลงทุกอย่างจะทำภายในคืนนั้นและมา “จับคู่” ซื้อขายหุ้นกันในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยทั่วไปราคา ซื้อ-ขาย มักจะต่ำกว่าราคาปิดของวันก่อนเล็กน้อยประมาณ 3-5% ในกรณีที่เป็นรายการที่ไม่ใหญ่มาก แต่ในกรณีที่เป็นรายการใหญ่มาก บางทีอาจจะต่ำกว่า 10% ก็มี แม้ว่าในหลาย ๆ กรณีผู้ขายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นผู้บริหาร แต่ก็ไม่ได้เป็นสัญญาณลบเสมอไป อย่าลืมว่าการขายของเขานั้นอาจจะมาจากเรื่องของการต้องการใช้เงินหรือเป็นการลดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยงก็ได้ ไม่ใช่แปลว่าหุ้นจะไม่ดี เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ คนที่ซื้อเองนั้นก็เป็นนักลงทุนรายใหญ่และส่วนใหญ่เป็นสถาบัน ดังนั้น ถ้าหุ้นไม่ดีหรือไม่คุ้มค่าพวกเขาก็คงไม่ซื้อ สิ่งที่จะเป็นลบที่เห็นได้ชัดเจนจากการทำ Big Lot ก็คือ ราคาหุ้นที่ซื้อขายนั้นจะต่ำกว่าราคาหุ้นบนกระดาน ดังนั้น คนที่ซื้อบางรายอาจจะรีบ “ทำกำไร” ทันทีโดยการขายหุ้นที่ได้มาในตลาด และนี่ทำให้ราคาหุ้นในวันแรกที่ทำ Big Lot มักจะตกลงมาใกล้เคียงกับราคาที่มีการตกลงซื้อขายกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากวันแรกไปแล้ว ราคาหุ้นก็มักจะกลับมาซื้อขายกันตามพื้นฐานที่ควรจะเป็น ดังนั้น ข้อสรุปของผมก็คือ การขาย Big Lot ในระยะสั้นอาจจะเป็นลบเล็กน้อย แต่ในระยะยาวแล้วก็ไม่มีผลอะไร ว่าที่จริงในบางกรณีกลับเป็นบวก เหตุผลก็เพราะว่าหุ้นตัวนั้นอาจจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเนื่องจากมีนักลงทุนสถาบันเข้าลงทุนมากขึ้น สภาพคล่องดีขึ้น ทำให้ราคาหุ้นดีขึ้น

BIG LOT มีผลดีหรือผลเสียต่อราคาหุ้นยังไง
การซื้อขายหุ้นโดยทั่วไปทำผ่านโบรกเกอร์ ซึ่งจะส่งคำสั่งเข้าไปในระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ แต่ในบางกรณีที่มีความต้องการซื้อขายหุ้นบางตัวในปริมาณมากจริงๆ นักลงทุนมักจะติดต่อหาผู้ซื้อหรือผู้ขายและตกลงปริมาณและราคาเสียก่อน แล้วจึงส่งรายการที่ตกลงกันแล้วนั้นเข้าไปในระบบ เพื่อทำการชำระราคาและส่งมอบกันต่อไป รายการซื้อขายลักษณะนี้เรียกว่า Big Lot Transaction หรือเรียกสั้นๆว่า Big Lot ถ้าไม่มีกลไกการซื้อขายแบบ Big Lot ดังกล่าว นักลงทุนที่ต้องการซื้อปริมาณมากก็จะลังเลที่จะเข้าลงทุน เพราะถ้าต้องไล่ซื้อในกระดาน ก็จะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนก็จะแพงขึ้น ในทำนองเดียวกัน เมื่อถึงคราวต้องการขายจำนวนมาก การขายนั้นจะส่งผลเหมือนการทุบหุ้นนั้นลงโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้น กลไก Big Lot จึงเป็นประโยชน์ต่อทั้งนักลงทุนรายใหญ่ที่เป็นผู้ซื้อขายนั้น ทำให้ไม่ต้องซื้อแพงนัก และไม่ต้องขายถูกเกินไป ขณะเดียวกันก็เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนทั่วไปด้วย เพราะทำให้ราคาหุ้นตัวนั้นๆ มีเสถียรภาพมากขึ้น ไม่ต้องถูกผลกระทบให้ขึ้นลงหวือหวาทุกครั้งที่ขาใหญ่ทำการซื้อขาย….
 

สำหรับเจนการดู Big Lot ก็เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินว่า ใครกำลังทำอะไรกันอยู่ในหุ้นตัวนี้ ซึ่งเรามักจะเห็นได้ทันทีในโปรแกรมเทรดทั้งบน Ticker และการซื้อขายนอกกระดาน ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนสมัยเล่นหุ้นตัวเล็กแล้วมี Big Lot เข้ามา หุ้นตัวนั้นจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะคาดว่าจะมีการทำราคาหุ้นแน่ๆ แต่เดี๋ยวนี้ตั้งแต่เปลี่ยนไปเล่นหุ้นใหญ่ ใช้ DW ในการเก็งกำไร การดู Big Lot ก็ต้องคำนวนให้ละเอียดมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การดูจำนวนวอลุ่ม Big Lot คูณกับราคาหุ้น เป็นมูลค่าเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับจำนวนช่อง Bid-Offer หรือมูลค่าตลาด เช่น หากมี Big Lot หุ้น PTT 1 ล้านหุ้น ดูเหมือนจะเยอะ แต่มูลค่าจริงๆ แค่ประมาณ 50 ล้านบาทเอง แต่ถ้าแบบว่า 100 ล้านหุ้นแบบนี้ดูมีนัยยะมากกว่า เพราะมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยๆ ของหุ้น PTT ก็อยู่ราวๆ วันละ 2,000 ล้านบาท เป็นต้น และลองใช้กราฟดูประกอบไปด้วยว่า จุดที่มี Big Lot เข้ามาคือ จุดไหนแนวรับแนวต้าน และแนวโน้มของหุ้นตัวนี้กำลังไปในทิศทางไหน มีข่าวอะไรออกมา ณ ช่วงเวลานั้นด้วยหรือไม่ นำมาประกอบเป็นภาพรวมกัน เพื่อตีความหมายค่ะ และช่วงปิดตลาดเช้า และปิดตลาดบ่าย บางทีก็จะมีการ Big Lot ที่ซื้อขายกันนอกกระดานด้วย ก็ลองตามเช็คในเว็บดูว่า เป็นการซื้อขายหรือโอนในกลุ่มเดียวกันหรือคนภายในญาติครอบครัว แบบนี้ก็ไม่ต้องไปสนใจ ไม่ได้มีนัยยะสำคัญอะไรค่ะ แต่ถ้าเป็น Big Lot ข้ามกลุ่มแบบนี้ ต้องดูค่ะ เพราะอาจจะมีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาเก็บหุ้น และยิ่งถ้าเป็น Big Lot แบบต่อเนื่องหลายวันติดแบบนี้ ยิ่งต้องจับตาดูให้ดี แต่อย่าลืมเผื่อใจไว้ด้วยว่า หากจะเทรดตาม Big Lot เจ้าของหุ้นที่ทำ Big Lot ก็ติดดอยได้เหมือนกันค่ะ