5 คำถาม สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน

November 16, 2018

          ในปี 2561 นี้ไม่มีข่าวใดจะสั่นคลอนเศรษฐกิจโลกได้มากเท่ากับ ข่าวสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ทำให้ทั่วโลกตกอยู่ในสภาวะ Panic แบบมีข่าวรายวันถึงการเปลี่ยนแปลงของนโยบายในฝากฝั่งสหรัฐฯ ทำให้จีนและประเทศต่างๆ หวาดกลัวผลกระทบที่จะเกิดตามมา แต่สงครามนี้ก็เพิ่งมากระจ่างและมีผลกระทบในบางอุตสาหกรรมเท่านั้น ดังนั้นวันนี้ทีมงาน DW24 จึงเอารายละเอียดที่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้มาฝากกันครับ

1. สงครามการค้า คืออะไร?
คำตอบก็คือ
การที่ประเทศต่างๆ พยายามกีดกันไม่ให้สินค้านอกประเทศเข้ามาภายในประเทศ ผ่านรูปแบบของการตั้งกำแพงภาษี เป็นต้น

2. ครั้งนี้เป็นสงครามการค้าของสหรัฐฯและจีน แล้วเกี่ยวกับเรายังไง??
เนื่องจากประเทศเรามีการนำเข้าสินค้าจากประเทศต่างๆ เช่น ทั้งสหรัฐและจีน ซึ่งสินค้า 1 ชิ้นอาจมีส่วนประกอบที่ถูกผลิตจากหลายประเทศ ในกรณีนี้หากสินค้านั้นเป็นของสหรัฐฯ แต่มีส่วนประกอบที่ผลิตในจีน เมื่อจีนโดนกำแพงภาษีก็มีผลให้ต้นทุนราคาสินค้าแพงไปด้วย

3. สงครามการค้า ทำไมต้องเกิดตอนนี้?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ต้องการกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงาน และลดการขาดดุลการค้าลง ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมานาน ประกอบกับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสหรัฐฯ ขาดดุลการค้าให้จีนอย่างหนักมาก และอัตราการว่างงานในสหรัฐฯพุ่งสูงขึ้น ในข้อเท็จจริงอื่นๆ คือสหรัฐฯ ก็มีความกังวลต่อจีนที่ต้องการเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี อย่างปัญญาประดิษฐ์ และมีแผนจะทำเรื่องนี้ในโครงการที่ชื่อว่า “เมด อิน ไชน่า 2025” (Made in China 2025)

4. จีน – สหรัฐ ลงมือทำอะไรไปแล้วบ้าง
สหรัฐฯ ได้บังคับใช้กำแพงภาษีในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงเหล็กและอะลูมิเนียม นอกจากนี้ยังขู่ว่าจะตั้งกำแพงภาษีเพิ่ม ส่วนจีนตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีในสินค้าด้านการเกษตรของสหรัฐฯ เช่น ถั่วเหลือง

5. สงครามการค้าในครั้งนี้ ใครได้ประโยชน์
ประเทศทางเลือกไงครับ หมายถึงประเทศที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายการโจมตีทางการค้ากับสหรัฐฯ เช่น อุตสาหกรรมฝ้ายของบังกลาเทศ, ผู้ผลิตของเล่นในเม็กซิโก และคนตัดเย็บเสื้อผ้าในเวียดนาม อย่างไรก็ตามในขณะที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนยังคงดำเนินอยู่เช่นนี้ คงไม่น่าจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่อาจจะต้องซื้อของในราคาที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ในส่วนตัวประเทศไทยเองก็ต้องตื่นตัวแต่ไม่ประมาท ต้องหาตลาดแบบกระจายตัวและไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนเกินไปนักนั่นเอง