สรุปซื้อกองทุน VS เทรดหุ้น แบบไหนเหมาะกับเรา?

November 4, 2022

นักลงทุนมือใหม่อาจจะมีคำถามว่า อยากลงทุนแต่ไม่รู้ว่าจะลงทุนอะไรดี กองทุนก็น่าสนใจ หุ้นก็น่าลงทุน แล้วสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร มือใหม่ควรจะลงทุนอะไรดี มาดูกันได้ทางนี้

ระดับความเสี่ยงของกองทุนมีอะไรบ้าง?

          หากพูดถึงคำว่ากองทุนหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจหรือมีคำถามว่ากองทุนแต่ละกองมีความแตกต่างกันอย่างไร และอาจจะเข้าใจว่ากองทุนนั้นมีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้น เราจะมาดูกันว่าเงินที่เรานำไปลงทุนในกองทุนนั้นมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน เบื้องต้นเราจะไปทำความรู้จักกันก่อนว่ากองทุนนั้นมี 8 ประเภท โดยเรียงจากความเสี่ยงต่ำไปความเสี่ยงสูง

ความเสี่ยงระดับที่ 1 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ

ความเสี่ยงระดับที่ 2 กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ

ความเสี่ยงระดับที่ 3 กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล

ความเสี่ยงระดับที่ 4 กองทุนรวมตราสารหนี้

ความเสี่ยงระดับที่ 5 กองทุนรวมผสม

ความเสี่ยงระดับที่ 6 กองทุนรวมตราสารทุน

ความเสี่ยงระดับที่ 7 กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม

ความเสี่ยงระดับที่ 8 กองทุนรวมทางเลือก

ทุกคนอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างกับคำว่า High risk High return หรือหมายถึง ยิ่งความเสี่ยงสูงผลตอบแทนยิ่งสูง ในการลงทุนก็มีการเรียงลำดับตามความเสี่ยงที่สอดคล้องกับผลตอบแทนเช่นเดียวกัน ซึ่งกองทุนนั้นมีตั้งแต่ความเสี่ยงระดับต่ำจนถึงระดับสูง

ความเสี่ยงกองทุน

กองทุนแต่ละกองลงทุนในอะไรบ้าง?

          จะมาดูกันว่ากองทุนที่เราซื้อแต่กองนั้นเขานำเงินไปลงทุนในอะไรบ้างและความเสี่ยงนั้นมากน้อยแค่ไหนบ้าง

  1. กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ กองทุนนี้จะนำเงินลงทุนของนักลงทุนไปลงทุนในเงินฝาก ตั๋วเงิน รวมถึงตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ดังนั้นกองทุนประเภทนี้จะเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงที่ต่ำที่สุด
  2. กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ กองทุนรวมประเภทนี้จะมีลักษณะการลงทุนเหมือนกับกองทุนรวมตลาดเงินในประเทศทุกประการแต่ต่างกันในส่วนของการลงทุนนั้นบางส่วนจะลงทุนในต่างประเทศ และความเสี่ยงที่เพิ่มเข้ามาได้แก่ ความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน
  3. กองทุนรวมพันธบัตรรัฐบาล การลงทุนในกองทุนนี้จะลงทุนในตราวารหนี้ภาครัฐ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่จะลงทุนในพัธฐบัตรที่มีอายุมากกว่า 1 ปี
  4. กองทุนรวมตราสารหนี้ เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น ตั๋วเงินคลัง หุ้นกู้เอกชน เป็นต้น โดยจะมีการลงทุนทั้งตราสารหนี้ระยะสั้น และ ตราสารหนี้ระยะยาว
  5. กองทุนรวมผสม จะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ผสมตามชื่อกองทุน เช่น เงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้นกู้ เป็นต้น ดังนั้นความเสี่ยงในกองทุนประเภทนี้จะสูงกว่ากองทุนก่อนหน้า
  6. กองทุนรวมตราสารทุน กองทุนประเภทนี้จะมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงโดยการลงทุนจะเป็นการลงทุนในหุ้นทั้งในและต่างประเทศ ผลตอบแทนก็จะค่อนข้างสูงแต่ความเสี่ยงก็จะสูงตามไปด้วยเช่นกัน
  7. กองทุนรวมตามหมวดอุตสาหกรรม จะเป็นการลงทุนในหุ้นเช่นเดียวกับกองทุนรวมตราสารทุน และกองทุนนี้จะเน้นเป็นการลงทุนเจาะจงหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร หุ้นกลุ่มสื่อสาร เป็นต้น ยิ่งทำให้ความเสี่ยงสูงมากขึ้นจากการที่มีการลงทุนแบบกระจุกตัว
  8. กองทุนรวมทางเลือก เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงที่สูงที่สุดเนื่องจากเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความเสี่ยงสูง และเจาะจง ตัวอย่างเช่น น้ำมัน ทองคำ เป็นต้น

อ้างอิง : setinvestnow

กองทุนเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นจริงหรือไม่?

หากเราได้ดูการแบ่งประเภทของกองทุนและความเสี่ยงของกองทุนประเภทต่างๆ ไปแล้วจะพบว่ากองทุนที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับ 6 ขึ้นไปจะมีการลงทุนในตราสารทุน เช่น หุ้นทั้งในและต่างประเทศ

ดังนั้นสามารถประเมินระดับความเสี่ยงของหุ้นเทียบเท่าระดับความเสี่ยงของกองทุนตั้งแต่ 6 ขึ้นไปได้เช่นกัน และอีกหนึ่งความเสี่ยงของกองทุนได้แก่ การซื้อขายกองทุนนั้นจะไม่ทราบราคาปัจจุบันที่เราทำการซื้อขายได้ แต่จำเป็นจะต้องรอราคา NAV หรือ Net Asset Value

โดยระยะเวลาประกาศ NAV ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละกองทุน ดังนั้นความเสี่ยงของกองทุนที่เราลงทุนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่สินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน แต่ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของราคาหน่วยลงทุนที่ล่าช้าอีกด้วย

แบบนี้ควรลงทุนอะไรดีระหว่างกองทุนกับหุ้น?

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วนักลงทุนหลายท่านก็อาจจะมีคำถามว่าแบบนี้เราควรจะแบ่งส่วนการลงทุนอย่างไรดี ควรจะลงทุนแค่ในกองทุนอย่างเดียวหรือลงทุนในหุ้นอย่างเดียวเลยดีมั้ย ต้องบอกก่อนว่าการลงทุนในแต่ละประเภทก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปดังนั้นเราจะมาทำการเปรียบเทียบให้เห็นกันง่ายๆตามรูปภาพ

จากการเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียระหว่างกองทุนและหุ้น เราก็สามารถประเมินได้เบื้องต้นว่าการรับความเสี่ยงของเราเหมาะสมกับการลงทุนในไหน หากนักลงทุนท่านไหนรับความเสี่ยงได้น้อยก็สามารถลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับที่ 1-4 ได้เช่นกัน

แต่ถ้านักลงทุนมีความสามารถรับความเสี่ยงได้สูงก็สามารถลงทุนในกองทุนทีมีความเสี่ยงสูงหรือหุ้นได้ไม่ต่างกัน พร้อมทั้งวางแผนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงนั้นๆ

นักลงทุนท่านไหนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงสามารถมองหาผลิตภัณฑ์ในตลาดหุ้นเพิ่มเติมได้ เช่น DW ที่สามารถเก็งกำไรได้ทั้งสภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง พร้อมกับอัตราทดเพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้น ปัจจุบัน DW24 มาพร้อมกับคลังความรู้เรื่องการลงทุน DW แบบครบจบในที่เดียว พร้อม DW24 ที่พร้อมเปิดโอกาสให้นักลงทุนสร้างผลตอบแทนด้วย Gearing สูง Time Decay ที่เป็นมิตรต่อนักลงทุนทุกระดับ และตารางราคาที่เทียบสเปกได้ทุกค่าย