จริงๆแล้ว… หุ้นมีกี่ประเภท

February 28, 2019

หุ้นที่เราเทรดกันอยู่มีกี่ประเภท แล้วเราเหมาะกับหุ้นประเภทไหน

รู้ไหมครับว่าหุ้นที่คุณๆเล่นกันอยู่นี้มีลักษณะที่แตกต่างกัน ทั้งพื้นฐาน ลักษณะของการเคลื่อนไหว ความ Sensitive ของราคา หรือแม้แต่ลักษณะนิสัยของนักลงทุนขาประจำ ดังนั้นการที่คุณจะเล่นหุ้นตัวใดตัวหนึ่งนั้นคุณควรคำนึงว่าคุณและหุ้นตัวนั้นๆมีสไตล์เดียวกันหรือไม่ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักประเภทของหุ้นกัน……

  1. หุ้น Blue Chip มีลักษณะเป็นกิจการขนาดใหญ่ ที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง ผลดำเนินงานดีสม่ำเสมอ จ่ายปันผลพอสมควรอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ เช่น บ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ธนาคารใหญ่ๆ เช่น ธ.กรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์และหุ้นใหญ่ที่มี Brand เข้มแข็งอื่นๆ เช่น CPF และหุ้นในกลุ่ม PTT เป็นต้น
  2. หุ้น Growth Stock มีลักษณะของธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงการเติบโตได้ต่อเนื่อง ตลาดยังไม่อิ่มตัว มีคู่แข่งขันทางธุรกิจน้อยราย ผลดำเนินงานเติบโตเร็วแบบต่อเนื่องทั้งยอดขายและผลกำไร มักจะมีอัตราจ่ายปันผลต่ำเทียบกับผลกำไรที่ทำได้ (Payout Ratio) เนื่องจากอาจต้องกันเงินเพื่อนำไปลงทุนต่อ หุ้นในกลุ่มนี้มักจะมีราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) และ P/E ที่สูงมาก  
  3. หุ้นที่เป็นวัฏจักร (Cyclical stock) มีลักษณะของธุรกิจที่ราคาสินค้าผันผวนขึ้นลงมากๆ ตามวัฎจักร Demand & Supply หรืออาจมีความต้องการจำเพาะในช่วงสั้นๆ เช่น ตามฤดูกาล ตามสภาพแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งจะแตกต่างจาก Growth stock ตรงที่ธุรกิจของ Growth stock จะเติบโตเร็วอย่างต่อเนื่อง หุ้นที่เป็นวัฏจักรมักจะมีผลกำไรผันผวนมากๆ จุดสูงสุดและต่ำสุดในช่วงวัฏจักรต่างกันหลายเท่าตัว ช่วงต่ำสุดอาจถึงขั้นขาดทุนในรอบวัฏจักรหนึ่งๆ กินเวลาหลายๆ ปี (ไม่ใช่ฤดูกาลในรอบ 1 ปี) ธุรกิจที่เป็นวัฏจักร เช่น ปิโตรเคมี, พืชผลต่างๆ, เดินเรือ, โรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้น
  4. หุ้น Value stock  มีลักษณะธุรกิจที่มีผลดำเนินงานดี และมีแนวโน้มอนาคตที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจใหญ่ ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าทางทฤษฎีมาก จึงมี P/E ต่ำ, P/BV ต่ำถึงปานกลาง ในอดีตคงหาหุ้น Value Stock ได้ง่าย แต่ปัจจุบันจากการที่ตลาดหุ้นมีการปรับตัวขึ้นมามาก และที่ผ่านมามีกูรูประเภท Value Investor ได้สอนให้นักลงทุนหาหุ้น Value กันอยู่หลายปีจนเป็นที่แพร่หลายกันในตลาด
  5. Income stock หรือที่คนไทยเรียก Dividend Stock (หุ้นปันผลสูง)มีลักษณะเป็นหุ้นที่มีผลตอบแทนเงินปันผลสูง ( Dividend Yield) มักเป็นหุ้นกิจการที่ไม่ใหญ่มากนัก จึงไม่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนเท่าไหร่ ผลตอบแทนปันผลจึงสูงอาจเป็นหุ้นที่อยู่ในธุรกิจที่ไม่ได้ขยายตัวสูงมาก จึงไม่ต้องใช้เงินสดเพื่อลงทุนขยายงานต่อมากนัก จึงสามารถนำมาจ่ายปันผลได้มาก หุ้นกลุ่มนี้ควรจะต้องจ่ายปันผลระดับสูงกว่าหุ้นกู้ระยะอายุ 5 ปีของบริษัทตัวเอง คือสักใกล้ๆ 6% ขึ้นไป และต้องไม่ใช่หุ้นธุรกิจวัฏจักรนะครับ เพราะปันผลหุ้นวัฏจักรจะไม่ยั่งยืน
  6. Defensive stock มีลักษณะเป็นหุ้นที่อยู่ในธุรกิจที่ไม่ค่อยผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ ยามเศรษฐกิจดี ธุรกิจของ Defensive จะได้ประโยชน์น้อยกว่าหุ้นอื่น แต่ยามเศรษฐกิจแย่ ธุรกิจของ Defensive ก็ได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก มักเป็นหุ้นที่มีคุ่แข่งน้อยราย ตัวอย่างในกลุ่มสาธารณูปโภค เช่น ผลิตไฟฟ้า
  7. Speculative stock (หุ้นเก็งกำไร) มีลักษณะเป็นหุ้นที่มีพฤติกรรมราคาผันผวนขึ้นและลงครั้งละมากๆ มีสภาพคล่องของการซื้อขายสูง มีจำนวนหุ้นเยอะ มักเป็นหุ้นที่มีความไม่แน่นอนของธุรกิจสูง มักมีทั้งข่าวจริงและข่าวลือเยอะๆ เพื่อให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อขายกันอย่างคึกคัก หุ้นประเภทนี้มีทั้งประเภทที่อยู่เป็นขาประจำ และขาจร ขาประจำ หุ้นในกลุ่มนี้มีทั้งหุ้นขนาดใหญ่ หุ้นขนาดกลาง และหุ้นขนาดเล็ก หากคุณไม่ใช่เซียนและไม่ชอบของร้อนก็แนะนำให้ห่างจากหุ้นในกลุ่มนี้นะครับ

อยากจะบอกว่ามี DW ที่อ้างอิงบนหุ้นครบทั้ง 7 ประเภทที่เราได้แนะนำไปเลยนะครับ แต่ต้องอย่าลืมว่าการเทรด DW นั้นคุณจะต้องมีแผนการเทรดในระยะสั้นไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น เนื่องจาก DW นั้นมี Time Value ที่จะทำให้ต้นทุนทางการเงินของคุณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และคุณควรหลีกเลี่ยงการเทรด DW ที่ใกล้วันหยุดอายุ เนื่องจากคุณอาจเสี่ยงต่อการขาดทุน หรือไม่ได้รับเงินคืนนะครับ อย่าลืมนะครับถ้าสนใจจะเทรด DW ให้นึกถึง DW24 เพราะเรามี DW ที่อ้างอิงบนหุ้นที่ครบถ้วนที่สุด

#ดีกว่า24ไม่มีอีกแล้วววว #ไวกว่าถ้าเทรดDW24