“ภาษีขายหุ้น” รายย่อยรับมืออย่างไร รู้ก่อนได้เปรียบ

December 9, 2022

เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันเป็นอย่างมากภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หยิบยกนโยบายการเก็บภาษีขายหุ้นขึ้นมาพูดคุยและมีมติเห็นชอบรับหลักการการจัดเก็บภาษีขายหุ้น (Transaction Tax) ในอัตรา 0.11% เบื้องต้นจะมีการให้เวลาเตรียมตัว 3 เดือน ก่อนจัดเก็บจริงที่ 0.055% ในต้นปี 2566 หลังจากนั้นจะมีการเก็บในอัตรา 0.11% ในต้นปี 2567

บทความที่เกี่ยวข้อง
[สรุปสั้น] Trend EV หุ้นกลุ่มไหนได้รับประโยชน์?
สรุปซื้อกองทุน VS เทรดหุ้น แบบไหนเหมาะกับเรา?
เทรด DW ช่วยให้ชนะตลาดการลงทุนอย่างไร?

การเก็บภาษีขายหุ้นจะแตกต่างอย่างไรเทียบกับปัจจุบัน?

          คงปฎิเสธไม่ได้ว่าการจัดเก็บภาษีขายหุ้นนั้นกระทบกับนักลงทุนทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ดังนั้นรายย่อยอย่างเราจะต้องวางแผนการลงทุนต่อจากนี้อย่างไรดี DW24 จะมาเผยเคล็ดลับ!!
ก่อนอื่นเรามาดูกันว่าการซื้อขายหุ้นในปัจจุบันและอนาคตแต่ละครั้งมีค่าธรรมเนียมอะไรบ้างที่เราต้องเสีย

ฝั่งซื้อ

ปัจจุบันอนาคต
ค่าธรรมเนียมการซื้อ* + Vat 7 %ค่าธรรมเนียมการซื้อ* + Vat 7 %

ฝั่งขาย

ปัจจุบันอนาคต
ค่าธรรมเนียมการขาย* + Vat 7 %ค่าธรรมเนียมการขาย* + Vat 7 % + ภาษีขายหุ้น (0.11%)

*ค่าธรรมเนียมการซื้อ/ขาย ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ผู้ให้บริการ

หากทำการคำนวณต้นทุนฝั่งซื้อหุ้นจะมีต้นทุนได้แก่ ค่าธรรมเนียมการซื้อ* + Vat 7 % เหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไปตามโบรกเกอร์

และต้นทุนฝั่งขายหุ้นในปัจจุบันจะมีต้นทุนได้แก่ ค่าธรรมเนียมการขาย* + Vat 7 % ในอนาคตเมื่อมีการเก็บภาษีขายหุ้นต้นทุนจะเปลี่ยนแปลงไปเป็น ค่าธรรมเนียมการขาย* + Vat 7% บนค่าธรรมเนียมการขาย + ภาษีขายหุ้น (0.11%)

เมื่อรวมต้นทุนการซื้อขายทั้งหมดในปัจจุบันจะเท่ากับ ฝั่งซื้อ = 0.168% จากมูลค่าการซื้อ และฝั่งขาย = 0.168% จากมูลค่าการขาย รวมทั้งสิ้น 0.336%

แต่ในอนาคต ต้นทุนการซื้อขายจะเปลี่ยนเป็น 0.336% + 0.11% จากมูลค่าการขาย หรือ 0.446% (คำนวณจากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย 0.157%)

กล่าวคือ จากเดิมนักลงทุนต้องเทรดหุ้นแล้วต้องกำไรให้ได้มากกว่า 0.336% จึงจะมีกำไรที่แท้จริง อนาคตนักลงทุนต้องเทรดให้ได้กำไรมากกว่า 0.446% จึงจะเริ่มมีกำไรที่แท้จริง ดังนั้นก่อนเทรดหุ้นนักลงทุนรายย่อยจำเป็นต้องการการคิดให้ถี่ถ้วนมากขึ้น

รายย่อยวางแผนการเทรดอย่างไรดี?

          สำหรับรายย่อยอย่างเราก็คงจะเริ่มคิดหนักว่าการเทรดหุ้นในอนาคตจะต้องยากขึ้นแน่นอน ต้องคำนวณให้ถี่ถ้วนมากขึ้นรวมถึง Win rate หรืออัตรากำไรจะต้องมากกว่าขาดทุนให้มากขึ้นกว่าเดิม จากแต่ก่อนที่เคยเป็นสายเก็งกำไรระยะสั้นรายวันมีการซื้อขายหุ้นเก็งกำไรวันละหลายๆ ตัว อาจจะต้องมีการวางแผนคัทให้เร็วขึ้นและรันเทรนด์ให้มากขึ้นด้วย เพื่อลดมูลค่าการขายที่ไม่จำเป็นออกไป วันนี้ DW24 จะมาจัดพอร์ตเพื่อรองรับการเก็บภาษีขายหุ้นที่จะมีขึ้นเร็วๆ ให้ดูกัน

จัดพอร์ตหลังเก็บภาษีขายหุ้น

จากรูปทาง DW24 จะมีการจัดพอร์ตในรูปแบบของการลงทุนระยะกลาง – ระยะยาวให้มีสัดส่วนที่มากขึ้น เนื่องจากการลงทุนหลังจากที่มีการจัดเก็บภาษีขายหุ้น

โดยที่การลงทุนระยะยาวต้องการรับ Passive Income ที่มากขึ้น และรันเทรนด์หุ้นขาขึ้นในสัดส่วนที่สูงขึ้นเพื่อรับกำไรจากการขายแต่ละครั้งให้มากขึ้นตามไปด้วย และลดสัดส่วน Day Trade ลงเล็กน้อยทำให้มูลค่าการซื้อขายต่อวันลดลงทำให้ภาษีที่เราต้องจ่ายจากการชายหุ้นจะลดลงตามไปด้วย

Q. การเพิ่มลดสัดส่วนในการลงทุนระยะกลาง – ยาว และลด Day Trade ลงจะทำให้กำไรภาพรวมหลังหักภาษีลดลงหรือไม่?
A. การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในฝั่ง Passive income เพื่อลดภาษีขายหุ้นอาจจะทำให้พอร์ต Active ทำกำไรได้น้อยลงก็จริง แต่นักลงทุนสามารถหาเครื่องมือในผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ เพื่อทำให้ผลตอบแทนสูงขึ้นได้

เพิ่มผลตอบแทนบนเงินทุนเท่าเดิม

          อีกหนึ่งอย่างที่นักลงทุนควรวางแผนการเทรดก็คือหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผลตอบแทนของเรามากขึ้นบนเงินลงทุนเท่าเดิม วันนี้ DW24 จะมาแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เรียกกันว่า Derivative Warrant หรือ DW ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราทดถึงแม้ว่าจะเก็บภาษีขายหุ้นก็แทบไม่มีผลต่อการเก็งกำไร ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเปรียบเทียบกับหุ้นทั่วไปง่ายๆ

หุ้นทั่วไปDW
ราคา 30 บาทราคา 0.40 บาท
กำไร 1 ช่อง 0.25 บาทกำไร 1 ช่อง 0.01 บาท
คิดเป็นกำไร 0.83 % ต่อช่องคิดเป็นกำไร 2.50% ต่อช่อง
กำไรหลังหักค่าธรรมเนียมและภาษี 0.384%กำไรหลังหักค่าธรรมเนียมและภาษี 2.05%

จากการเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่าหากลงทุนหุ้นโอกาสที่ทำกำไรเพียงแค่ 1 ช่องก็อาจจะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ตรงข้ามกับ DW ที่แม้ว่าจะเก็งกำไรเพียง 1 ช่องก็มีโอกาสได้กำไรหลังหักค่าธรรมเนียมและภาษีมากกว่าหุ้นค่อนข้างมาก ดังนั้นการที่ปรับลดสัดส่วนการ Day Trade ในหุ้นลงก็ไม่กระทบต่อาการทำกำไรเนื่องจากการเก็งกำไรใน DW มีผลตอบแทนที่มากกว่าการลงทุนในหุ้น*

*การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

หากว่าใครยังไม่รู้จัก DW สามารถศึกษาข้อมูลได้ ที่นี่ และสามารถค้นหาเปรียบเทียบสเปค DW ทุกค่ายได้ที่เว็บไซต์ dwarrant24.com ที่ให้นักลงทุนครบจบในที่เดียวไม่ว่าจะมือใหม่เริ่มต้นเทรดไปจนถึงมืออาชีพ อย่าลืมสมัครสมาชิก DW24 Rewards เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมายในการเทรด DW